|
ปลากัด (Siamese Fighting Fish) หรือชื่อวิทยาศาสตร์ Betta splendens คือหนึ่งในปลาน้ำจืดที่เป็นที่รู้จักและได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก ด้วยสีสันที่ฉูดฉาด ครีบที่พริ้วไหวราวกับผ้าไหม และท่วงท่าที่สง่างาม ทำให้มันได้รับฉายาว่า "อัญมณีแห่งวารี" (Jewel of the Orient) แต่ภายใต้ความงามนั้น กลับแฝงไว้ด้วยสัญชาตญาณนักสู้ที่เข้มข้น ซึ่งเป็นที่มาของชื่อ "ปลากัด" ในภาษาไทย ต้นกำเนิดและประวัติศาสตร์ปลากัดมีถิ่นกำเนิดในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะในประเทศไทย กัมพูชา ลาว และเวียดนาม ในธรรมชาติพวกมันอาศัยอยู่ในแหล่งน้ำนิ่ง เช่น นาข้าว ปลักโคลน และลำคลองขนาดเล็ก ซึ่งมักจะมีปริมาณออกซิเจนต่ำ ด้วยเหตุนี้ ปลากัดจึงวิวัฒนาการจนมีอวัยวะพิเศษที่เรียกว่า "Labyrinth organ" ซึ่งช่วยให้พวกมันสามารถฮุบอากาศโดยตรงจากผิวน้ำเพื่อหายใจได้ ในอดีต ปลากัดป่าไม่ได้มีสีสันฉูดฉาดเหมือนในปัจจุบัน พวกมันมีสีน้ำตาลแกมเขียวและครีบสั้น แต่จุดเด่นคือความดุดันและการต่อสู้เพื่อแย่งชิงอาณาเขต ชาวไทยในสมัยโบราณจึงนำปลากัดมาเลี้ยงเพื่อการกีฬา (ปลากัดพนัน) และเริ่มมีการคัดเลือกพันธุ์เพื่อให้ได้ปลากัดที่เก่งและอึดทนยิ่งขึ้น จนกระทั่งในสมัยรัชกาลที่ 5 ปลากัดไทยเริ่มเป็นที่รู้จักในระดับสากลและถูกนำไปเลี้ยงในยุโรปและอเมริกา เสน่ห์แห่งสีสันและสายพันธุ์ด้วยการพัฒนาสายพันธุ์มาอย่างยาวนาน ปลากัดในปัจจุบันจึงมีความหลากหลายทั้งในเรื่องของสีสันและรูปทรงครีบอย่างมหาศาล จนกลายเป็นงานศิลปะที่มีชีวิต สายพันธุ์ยอดนิยม ได้แก่: ปลากัดครีบสั้น (Plakat): มีลักษณะใกล้เคียงปลากัดป่า ครีบสั้น กระฉับกระเฉง และดุดัน ปลากัดหางสามเหลี่ยม (Delta Tail/Super Delta): มีหางกางแผ่เป็นรูปสามเหลี่ยม ปลากัดหางพระจันทร์ครึ่งซีก (Halfmoon): มีหางที่กางได้กว้างถึง 180 องศา ดูสง่างามมาก ปลากัดหางมงกุฎ (Crowntail): ปลายครีบและหางจะมีลักษณะเป็นเส้นแฉก คล้ายมงกุฎ ปลากัดหูช้าง (Dumbo Ear): มีครีบหู (ครีบอก) ขนาดใหญ่และแผ่กว้าง
ส่วนเรื่องสีสันนั้นมีตั้งแต่สีเดี่ยว (Solid Color) เช่น แดงสด น้ำเงินเข้ม ขาวเผือก ไปจนถึงสีผสมที่ซับซ้อน เช่น ลายแฟนซี (Fancy), ลายหินอ่อน (Marble), ลายก้อย (Koi) และสีเมทัลลิก (Metallic) พฤติกรรมอันเป็นเอกลักษณ์พฤติกรรมที่โดดเด่นที่สุดของปลากัดคือ การพอง (Flaring) เมื่อปลากัดเพศผู้สองตัวมาเจอกัน หรือเห็นเงาตัวเองในกระจก พวกมันจะกางเหงือกและแผ่ครีบทุกส่วนออกอย่างเต็มที่เพื่อขู่ศัตรู ทำให้ดูตัวใหญ่และน่าเกรงขาม การพองนี้เองที่เผยให้เห็นความงามอันแท้จริงของปลากัด นอกจากนี้ การสืบพันธุ์ของปลากัดยังมีความน่าสนใจ โดยตัวผู้จะเป็นฝ่ายสร้าง หวอด (Bubble Nest) จากฟองอากาศที่ผิวน้ำ เพื่อใช้เป็นที่เก็บไข่และอนุบาลลูกปลา และหลังจากผสมพันธุ์ ตัวผู้จะเป็นฝ่ายดูแลไข่และลูกปลาอย่างใกล้ชิด จนกว่าลูกปลาจะว่ายน้ำได้เอง การเลี้ยงดูปลากัดปลากัดเป็นปลาที่เลี้ยงง่าย อดทน และไม่ต้องการพื้นที่มาก จึงเหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นเลี้ยงปลา อย่างไรก็ตาม การเลี้ยงดูอย่างถูกวิธีจะช่วยให้ปลากัดมีสุขภาพดีและมีสีสันสวยงาม ภาชนะที่เลี้ยง: ไม่ควรเลี้ยงในโหลขนาดเล็กเกินไป ควรมีปริมาตรน้ำอย่างน้อย 5-10 ลิตร เพื่อให้ปลามีพื้นที่ว่ายน้ำ น้ำ: ควรใช้น้ำที่สะอาดและปราศจากคลอรีน หากใช้น้ำประปาควรพักทิ้งไว้ 1-2 วัน อาหาร: ปลากัดเป็นปลากินเนื้อ อาหารที่ดีที่สุดคืออาหารสด เช่น ลูกน้ำ ไรแดง แต่ก็สามารถเลี้ยงด้วยอาหารเม็ดคุณภาพสูงสำหรับปลากัดได้เช่นกัน เพื่อนร่วมตู้: ปลากัดเพศผู้จะดุร้ายและหวงถิ่น ไม่ควรเลี้ยงปลากัดตัวผู้รวมกันในตู้เดียว โดยเด็ดขาด เพราะจะต่อสู้กันจนตาย แต่สามารถเลี้ยงรวมกับปลาชนิดอื่นที่สงบและไม่ตอดครีบได้ในตู้ขนาดใหญ่
ปลากัดจึงไม่ใช่เพียงแค่ปลาตู้สวยงาม แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ไทย การได้เฝ้ามองอัญมณีที่มีชีวิตแหวกว่ายอย่างสง่างามในสายน้ำ คือความสุขและความผ่อนคลายที่หาได้ง่ายๆ ในบ้านของเราเอง
|